เรียงตามรุก่นและวาญิบฮัจญ์
ฮัจย์: 1 ในหลักการอิสลาม.
๑. เป็นรูกนที่ ๕ ของรู่ก่นอิสลาม ซึ่งกำหนดเป็นฟัรดู (ศาสนกิจระดับบังคับ) สำหรับมุสลิมที่มีความสามารถ ( มีความสมบูรณ์พร้อมทั้งทางร่างกาย จิตใจ และปัจจัยที่จำเป็นในการประกอบพิธีฮัจย์ – เงิน อาหาร) ต้องเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ ณ นครมักกะฮฺ ในเดือนซูลฮิจยะฮฺ จำนวน ๑ ครั้งในชั่วชีวิต (ส่วนจำนวนที่ประกอบฮัจย์มากกว่า ๑ ครั้ง จะไม่ถือเป็นวายิบ แต่ส่งเสริมให้กระทำ)
๒. เป็นศาสนพิธีในอิสลามที่กำหนดให้มุสลิมที่มีความสามารถจะต้องประกอบพิธีฮัจย์หนึ่งครั้งในชั่วชีวิตของมุสลิมแต่ละคน
ท่านศาสดามูฮัมหมัด (ซ.ล.) ได้กล่าวแก่ชาวมุสลิมเกี่ยวกับฮัจย์ สรุปความได้ว่า “ โอ้ประชาติทั้งหลาย อัลลอฮฺ ได้กำหนดฮัจย์เป็นหน้าที่ของพวกท่าน (มุสลิม) ดังนั้นท่าน (มุสลิม) ทั้งหลายจงทำฮัจย์ ”
จากฮะดิษข้างต้น จะเห็นว่า รูกนฮัจย์ เป็นรูกนที่อัลลอฮฺ ทรงกำหนดให้มุสลิมทุกคนจะต้อง (วายิบ) ประกอบ โดยมีคำอธิบายขยายเพิ่มเติมว่า บังคับเหนือมุสลิมทุกคน ยกเว้นผู้ที่ไม่มีความสามารถกระทำได้ อาทิเช่น
- ไม่มีความสามารถที่จะประกอบพิธีฮัจย์เนื่องจากความบกพร่องทางสมอง เช่น บ้า สติไม่สมประกอบ หรือ พิการทางร่างกายที่ไม่สามารถเดินทางและประกอบพิธีฮัจย์ได้
- ไม่มีความสามารถที่จะประกอบพิธีฮัจย์เนื่องจากความเจ็บป่วย หรือเป็นโรค เช่น เจ็บป่วยหนักอย่างต่อเนื่อง เจ็บป่วยเป็นโรคติต่อร้ายแรง หรือเป็นอันตรายต่อบุคคลอื่นรอบข้าง เป็นต้น
- ไม่มีความสามารถที่จะประกอบพิธีฮัจย์เนื่องจากความยกจน มีรายได้ไม่พอเลี้ยงดูครอบครัวระหว่างการประกอบฮัจย์ ไม่มีค่าใช้จ่ายที่จำเป็นระหว่างเดินทางและประกอบพิธีฮัจย์ หรือเป็นผู้ที่มีหนี้สินล้นพ้นตัว หรือเป็นคนล้มละลาย เป็นต้น
- ไม่มีความสามารถที่จะประกอบพิธีฮัจย์เนื่องจากเหตุผลสุดวิสัยอื่น เช่น อยู่ในภาวะสงคราม โรคระบาดอย่างต่อเนื่อง ฯลฯ เป็นต้น
อุมเราะฮฺ : เป็นอีบาดัตซุนนะฮฺ ประการหนึ่ง ที่สามารถกระทำได้ ณ นครมักกะฮฺ ซึ่งจะประกอบด้วยกิจกรรมอิฮรอม ตอวาฟ สะแอ และตะหัลลู้ล โดยจะไม่ประกอบกิจกรรมวายิบของฮัจย์ บางครั้งเรียมอุมเราะห์ว่า ฮัจย์เล็ก
การประกอบพิธีฮัจย์และอุมเราะห์ มี ๓ วิธี
๑ . อิฟรอด คือ การทำฮัจย์ก่อนการทำอุมเราะฮฺ ฮุจญาดผู้ประกอบพิธีฮัจย์แบบฮัจญ์อิฟรอด จะประกอบพิธีฮัจญ์ก่อนทำอุมเราะฮฺ หลังจากเสร็จพิธีฮัจญ์แล้วเขาจะเดินทางออกจากแผ่นดินฮะรอม แล้วเนียตเอียะฮฺ รอมอุมเราะฮฺ แล้วเดินทางเข้ามักกะฮฺ เพื่อประกอบพิธีอุมระฮฺ โดยต้องทำต้องทำภายในปีเดียวกันกับปีที่ประกอบพิธีฮัจญ์ วิธีอิฟรอด เป็นวิธีประกอบฮัจญ์ที่ดีกว่า การประกอบพิธีฮัจญ์วิธีตะมัตตุอ . และวิธีกิรอน โดยไม่ต้องเสียดัม (ตามมัซฮับซาฟีอี)
๒ . ตะมัตตุอฺ คือ การทำอุมเราะฮฺ ในช่วงเวลาฮัจญ์ เมื่อเสร็จการทำอุมเราะฮฺ แล้วฮุจญาดจะทำพิธีฮัจญ์ในปีเดียวกัน การประกอบพิธีฮัจญ์วิธีตะมัตตุอ . จะดีกว่าการประกอบพิธีฮัจญ์วิธีกิรอน แต่ต้องเสียดัม (ค่าปรับต่อการกระทำผิดพลาด หรืออาจจะบกพร่องกรณีใดกรณีหนึ่งตามรูกนฮัจญ์)
๓ . กิรอน คือ การทำฮัจญ์และอุมเราะฮฺ พร้อมกันในช่วงเวลาฮัจญ์ หรือการเนียตทำอุมเราะฮฺ แล้วนำเอาพิธีฮัจญ์เข้ามาก่อนลงมือทำอุมเราะฮฺ แล้วก็ทำพิธีฮัจญ์จนแล้วเสร็จ ทั้ง ๒ รูปแบบนี้ผู้ปฏิบัติจะได้ทั้งฮัจญ์ และอุมเราะฮฺ ในคราวเดียวกัน เพราะพิธีฮัจญ์ได้ครอบคลุมถึงพิธี อุมเราะฮฺ อยู่แล้ว แต่ต้องเสียดัม
รูกนของฮัจย์ มี ๖ ประการ ดังนี้
๑ . เอียะฮฺรอม คือ การตั้งเจตนา ( เนียต) ทำพิธีฮัจย์ ฮุจญาจหรือผู้ที่จะประกอบพิธีฮัจย์ทุกคนจะต้องเริ่มต้นด้วยรูกนนี้ มิฉะนั้นการกระทำหลังจากนี้ทั้งหมดจะถือว่าไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของพิธีฮัจย์ การตั้งเจตตนาหรือเนียต สามารถกล่าวด้วยข้อความต่อไปนี้ “ ข้าพเจ้าตั้งเจตนาทำฮัจญ์ และครองตนไม่ละเมิดสิ่งต้องห้ามด้วยการทำฮัจย์ เพื่ออัลลอฮฺ ซุบฮานาฮูวาตะอาลา ”
๒ . วุกูฟ คือ การเดินทางไปปรากฏตัว ณ ทุ่งอะรอฟะฮฺ ในช่วงเวลาตั้งแต่ตะวันคล้อยของวันที่ ๙ ของเดือนซุลฮิจญะฮฺ และพักแรมคืน ณ ทุ่งมุซดะลีฟะฮฺ ถึงเริ่มแสงอรุณ (หรือพักแรมอย่างน้อยถึงหลังเที่ยงคืน) ของวันที่ ๑๐ เดือนซุลฮิจญะฮฺ หรือ ที่เรียกว่า วันกุรบาน ซึ่งจะเป็น วันอิดิลฮัฎฮา Idil Adha หรือ วันรายอฮัจญี ของที่อื่นๆที่ไม่ใช่ทุ่งอะรอฟะฮฺ (ทุกชุมชนมุสลิมที่นอกเหนือจากกลุ่มฮุจญาจที่อยู่ระหว่างประกอบฮัจย์ (วูกูฟ) ณ ทุ่ง อะรอฟะฮฺ จะเป็นวันอิดิลอัฏฮา จะทำการละหมาดอิดิลอัฎฮา และทำการกุรบาน)
๓ . ตอวาฟ คือ การเดินเวียนรอบกะบะฮฺ หรือ บัยตุ้ลเลาะฮฺ (ฮุจญาจปกติจะเดินเท้า ส่วนฮุจญาจที่ชรา หรือพิการ หรือไม่สบายสามารถจ้างลูกหาบช่วยหาบ (ใช้เปลคล้ายเปลคนไข้) หรือ ใช้รถเข็น รอบกะอฺบะฮฺ แทนการเดินเท้า เป็นต้น การตอวาฟรอบกะอฺบะฮฺ จะเวียนซ้าย ( ทวนเข็มนาฬิกา) จำนวน ๗ รอบ เริ่มจากแนวเส้นเริ่มต้น ซึ่งจะทำเป็นเครื่องหมายให้สามารถสังเกตได้ทั้งบนพื้น และที่อาคารมัสยิด เวลาตอวาฟเริ่มตั้งแต่เวลาพ้นเวลาเที่ยงคืนของวันที่ ๑๐ เดือน ซุ้ลฮิจยะฮฺ แนวเส้นทางการตอวาฟดังแผนภูมิต่อไปนี้
เงื่อนไขของการตอวาฟมี 6 ประการ คือ
1. ร่างกายต้องสะอาดจากอะดัสใหญ่และเล็ก และสะอาดจากนะยิสต่างๆ 2. ต้องปกปิดอวัยวะที่พึงสงวน 3. ต้องตั้งเจตนา (เนี๊ยต) ทำการตอวาฟ สำหรับตอวาฟทั่วไป สำหรับตอวาฟที่เกี่ยวกับพิธีฮัจย์ และอุมเราะฮฺ ก็ไม่ต้องเนี๊ยต เพราะการเนี๊ยตเอียะฮฺรอม นั้นได้ครอบคลุมถึงพิธีการทั้งหมดแล้ว 4. ต้องเริ่มการตอวาฟที่แนวมุมหินดำ (มีเส้นแนวกำหนด สามารถสังเกตุเส้นแนวที่กำหนดเป็นเส้นเริ่มต้นได้ที่พื้นลานรอบไบตุลลอฮฺ และอาคารมัสยิดฮะรอมรอบใน) 5. ต้องรักษาแนวการเดิน หรือวิ่งเยาะๆตอวาฟให้ไบตุลลอฮฺอยู่ด้ายซ้ายของผู้ตอวาฟเสมอตลอการตอวาฟ และต้องตอวาฟในมัสยิดฮะรอมเท่านั้น 6. ต้องตอวาฟให้ครบ 7 รอบ โดยมั่นใจ๔ . สะอีย์ (สะแอ) คือ การเดินระหว่างเนินเขาซอฟา กับ เนินเขามัรวะห์ ๗ เที่ยว โดยให้เริ่มจากเนินเขาซอฟา ไปถึงเชิงเนินเชา มัรวะห์นับเป็น ๑ เที่ยว แล้วเริ่มนับเที่ยวที่ ๒ เดินจากเนินเขามัรวะห์ ถึง เนินเขาซอฟา นับต่อๆไปจนครบ ๗ เที่ยวจบ การสะอีย์ที่ เนินเขามัรวะห์ ด้านล่างนี้เป็นตารางเส้นทางการเดินสะอีย์
๕. การโกน หรือ ตัดเส้นผม หลังการซะอีย์ครบ ๗ เที่ยว ที่เนินเขามัรวะห์ แล้วจะต้องทำการโกนผม หรือ ตัดเส้นผม สำหรับฮุจญาจชายจะดีที่สุดคือการโกนศีรษะ สำหรับฮุจญาจสตรีนั้นส่งเสริมให้ตัดเส้นผมดีกว่าการโกนทั้งศีรษะ
๖. การปฎิบัติเรียงลำดับของรูกน (ตัรตีบ) หมายถึง การปฏิบัติรูกนฮัจย์ที่กล่าวมาเรียงลำดับขั้นตอนไม่สับสน และขาดขั้นตอน ซึ่งจะเริ่มจากการเอียะห์รอม แล้ววูกูฟ ตอวาฟ สะอีร์ แล้วตัดหรือโกนผม การทิ้งรูกนฮัจย์รูกนหนึ่งรูกนใดจะทำให้พิธีฮัจย์ใช้ไม่ได้
๑ . เอียะห์รอมจากสถานที่ และในเวลาที่กำหนดไว้ สำหรับผู้ที่อาศัยในนครมักกะฮฺ สถานที่ที่กำหนดสำหรับเอียะห์รอม คือ ขอบเขตนครมักกะฮฺ • สำหรับผู้ที่อาศัยในนครมะดีนะฮฺ สถานที่ที่กำหนดคือ “ซุลฮุไลฟะฮ” หรือที่เรียกในปัจจุบันว่า “อาบารอะลี ” • สำหรับผู้ที่เดินทางเข้าจากมักกะฮฺ ทางประเทศชาม (ซีเรีย) อียิปต์ และมอร๊อคโค สถานที่ที่กำหนดเป็น “ยุฮฺ ฟะฮฺ” • สำหรับผู้ที่เดินทางเข้ามักกะฮฺ จากประเทศ เยเมน สถานที่ที่กำหนดคือ “ยะลำลำ ” • สำหรับผู้ที่เดินทางมาจากเมือง ฮิยาซ กำหนดให้เอียะห์รอมที่ “กอรนุ้ลมะนาซิ้ล ” • สำหรับผู้ที่เดินทางเข้ามักกะฮฺ จากเส้นทางตะวันออก ให้เอียะห์รอมที่ “ซาตุอิรก์ ” • สำหรับผู้ที่เดินทางมาจากเส้นทางอื่นนอกจากที่กำหนดไว้ข้างต้นให้ถือเอาเส้นทางผ่านซึ่งตรงกันกับสถานที่ที่ได้กำหนดไว้แล้วนั้น • ส่วนเวลาที่กำหนดสำหรับเอียะห์รอมคือ สามารถกระทำได้ตั้งแต่เริ่มเข้าเดือนเซาวาล เดือนซุ้ลเกียะห์ดะห์ และอีก ๑๐ วันแรกของเดือนซุ้ลฮิจยะห์ (รวมช่วงเวลาที่สามารถทำเอียะห์รอมได้ คือ ๗๐ วัน)
๒ . การพักแรมที่มุซดาลิฟะฮฺ หลังวูกูฟที่ทุ่งอารอฟะฮฺ
กำหนดให้ฮุจยาดเดินทางออกจากทุ่งอารอฟะฮฺ หลังฮัสรีไปยังที่ทุ่งมุซดาลีฟะห์พักแรมที่ทุ่งมุซดาลีฟะห์จนถึงหลังซุบฮิ หรืออย่างน้อยหลังเที่ยงคืนของวันที่ ๑๐ ซุลฮิจยะฮฺ ซึ่งเป็นวันเชือดสัตว์ทำ กุรบาน ( วันอิดิลอัฏฮา ของชุมชนทั่วไป)
๓ . การพักแรมที่มินา หลังเดินทางออกจากทุ่งมุซดาลีฟะฮฺ ฮุจยาดจะต้องเดินทางกลับที่ทุ่งมินา และพักแรมที่มินา ๓ คืน คือ วันที่ ๑๑ , ๑๒ และ ๑๓ ซุลฮิจยะฮฺ หรือที่เรียกว่า “ วันตัซรีก ” ๔ . การขว้างเสาหิน มีกำหนด ๓ ต้น ในกำหนดเวลาดังนี้ • วันแรกขว้างเสาต้นที่ ๑ เรียกว่า “ ยัมรอตุลอะกอบะฮฺ” สามารถเริ่มขว้างตั้งแต่เวลาหลังเที่ยงคืนของวันที ๑๐ เดือนซุลฮิจยะฮฺ ด้วยก้อนกรวดที่เก็บจากลานทุ่งมุซดาลีฟะฮฺ จำนวน ๗ ก้อน • วันที่ ๑๑ ๑๒ และ ๑๓ เดือนซุลฮิจยะฮฺ ฮุจญาจจะเดินออกจากเต็นที่พัก ณ ทุ่งมีนา ไปขว้างเสาหินทั้ง ๓ ต้นๆ ละ ๗ ก้อน ตามลำดับ โดยกำหนดให้เริ่มจากเสา ยัมรอตุ้ลอูลา แล้วขว้าง เสายัมรอตุลวุสตอ และเสายัมรอตุลอะกอบะฮฺ ตามลำดับ หมายเหตุ หากมีการละเว้นการปฏิบัติวายิบฮัจย์ประการใดประการหนึ่งไม่ทำให้เสียพิธีฮัจญ์ แต่ฮุจญาดผู้นั้นต้องเสียดัม (ค่าปรับ) สิ่งที่ควรปฏิบัติ (สุนัต) ในพิธีฮัจย์
สิ่งที่ควรปฏิบัติ หรือ สุนัต ที่ส่งเสริมในระหว่างการทำฮัจย์มีดังต่อไปนี้
• อาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาดเพื่อการเอียะฮฺรอม เพื่อเดินทางเช้ามักกะฮฺ และอาบน้ำชำระร่างกายเพื่อเอียะฮฺรอมเพื่อวูกูฟ
• ใส่เครื่องหอมที่ร่างกาย และเสื้อผ้าก่อนการเอียะฮฺรอม (ส่วนการใส่เครื่องหอมหลัง เอียะฮฺรอมแล้วถือว่าเป็นสิ่งต้องห้าม) • กล่าว “ ตัลบียะฮฺ ” ควรกล่าว ตัลบียะฮฺด้วยเสียงค่อนข้างดัง กล่าวต่อเนื่อง หรือกล่าวให้มากที่สุดที่ทำได้ หลังเริ่มเอียะฮฺรอม ก่อนเข้านครมักกะฮฺ เริ่มเดินทางไปทุ่งมีนา จนถึงการขว้างเสาหินที่ ยำรอตุลอะกอบะฮฺ • พักแรมคืนที่ ทุ่งมีนา ในคืนวันที่ 9 ซุลฮิจยะฮฺ • พักแรมจนถึงรุ่งอรุณที่ ทุ่ง มุซดาลีฟะฮฺ • หยุดพักที่ มัชอะริ้ลฮะรอม • ขอดุอาฮฺ เตาบัต อ่านกุรอาน และซิเกร์ให้มากๆ • บริจาคทานให้มาก • ละหมาดที่มัสยิดหะรอม • ปฏิบัติสุนัตอื่นๆให้มากระหว่างประกอบฮัจญ์
• ในกรณีมีการละทิ้งไม่การทำ วายิบฮัจญ์ ประการใดประการหนึ่ง เช่น
ข้อห้ามขณะอยู่ในเอียะห์รอมมี ๗ ประการ
• เกี่ยวกับเครื่องนุ่งห่ม
สำหรับฮุจญาจชาย
• การใส่ครีมแต่งผม ทาเครา และทาร่างกาย
ครีมหรือน้ำมันประเภทนี้มักผลิตเป็น ๒ ชนิด คือ ชนิดมีกลิ่นหอม และไม่มีกลิ่นหอม สำหรับครีมหรือน้ำมันประเภทมีกลิ่นหอม ห้ามใช้ทั้งเป็นครีมแต่งผม หรือใส่ที่เครา หรือร่างกาย เช่นเดียวกันกับเครื่องหอม และเครื่องประทินผิว
ส่วนประเภทที่ไม่มีกลิ่นหอม สามารถทางตามผิวกายได้ แต่ห้ามทาหรือใส่ผม หรือเครา
• เกี่ยวกับการโกนผม ขนและ การตัดเล็บ ในระหว่างครองเอียะฮ์รอม ห้ามทำลายขนในร่างกาย เช่น ผม ขนรักแร้ ขนอวัยวะเพศ ขนจมูก เป็นต้น ด้วยวิธีการใดๆโดยเด็ดขาด เช่น การถอน การโกน การใส่ยาให้ขนร่วง หรือวิธีการอื่น
๑. เป็นรูกนที่ ๕ ของรู่ก่นอิสลาม ซึ่งกำหนดเป็นฟัรดู (ศาสนกิจระดับบังคับ) สำหรับมุสลิมที่มีความสามารถ ( มีความสมบูรณ์พร้อมทั้งทางร่างกาย จิตใจ และปัจจัยที่จำเป็นในการประกอบพิธีฮัจย์ – เงิน อาหาร) ต้องเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ ณ นครมักกะฮฺ ในเดือนซูลฮิจยะฮฺ จำนวน ๑ ครั้งในชั่วชีวิต (ส่วนจำนวนที่ประกอบฮัจย์มากกว่า ๑ ครั้ง จะไม่ถือเป็นวายิบ แต่ส่งเสริมให้กระทำ)
๒. เป็นศาสนพิธีในอิสลามที่กำหนดให้มุสลิมที่มีความสามารถจะต้องประกอบพิธีฮัจย์หนึ่งครั้งในชั่วชีวิตของมุสลิมแต่ละคน
ท่านศาสดามูฮัมหมัด (ซ.ล.) ได้กล่าวแก่ชาวมุสลิมเกี่ยวกับฮัจย์ สรุปความได้ว่า “ โอ้ประชาติทั้งหลาย อัลลอฮฺ ได้กำหนดฮัจย์เป็นหน้าที่ของพวกท่าน (มุสลิม) ดังนั้นท่าน (มุสลิม) ทั้งหลายจงทำฮัจย์ ”
จากฮะดิษข้างต้น จะเห็นว่า รูกนฮัจย์ เป็นรูกนที่อัลลอฮฺ ทรงกำหนดให้มุสลิมทุกคนจะต้อง (วายิบ) ประกอบ โดยมีคำอธิบายขยายเพิ่มเติมว่า บังคับเหนือมุสลิมทุกคน ยกเว้นผู้ที่ไม่มีความสามารถกระทำได้ อาทิเช่น
- ไม่มีความสามารถที่จะประกอบพิธีฮัจย์เนื่องจากความบกพร่องทางสมอง เช่น บ้า สติไม่สมประกอบ หรือ พิการทางร่างกายที่ไม่สามารถเดินทางและประกอบพิธีฮัจย์ได้
- ไม่มีความสามารถที่จะประกอบพิธีฮัจย์เนื่องจากความเจ็บป่วย หรือเป็นโรค เช่น เจ็บป่วยหนักอย่างต่อเนื่อง เจ็บป่วยเป็นโรคติต่อร้ายแรง หรือเป็นอันตรายต่อบุคคลอื่นรอบข้าง เป็นต้น
- ไม่มีความสามารถที่จะประกอบพิธีฮัจย์เนื่องจากความยกจน มีรายได้ไม่พอเลี้ยงดูครอบครัวระหว่างการประกอบฮัจย์ ไม่มีค่าใช้จ่ายที่จำเป็นระหว่างเดินทางและประกอบพิธีฮัจย์ หรือเป็นผู้ที่มีหนี้สินล้นพ้นตัว หรือเป็นคนล้มละลาย เป็นต้น
- ไม่มีความสามารถที่จะประกอบพิธีฮัจย์เนื่องจากเหตุผลสุดวิสัยอื่น เช่น อยู่ในภาวะสงคราม โรคระบาดอย่างต่อเนื่อง ฯลฯ เป็นต้น
อุมเราะฮฺ : เป็นอีบาดัตซุนนะฮฺ ประการหนึ่ง ที่สามารถกระทำได้ ณ นครมักกะฮฺ ซึ่งจะประกอบด้วยกิจกรรมอิฮรอม ตอวาฟ สะแอ และตะหัลลู้ล โดยจะไม่ประกอบกิจกรรมวายิบของฮัจย์ บางครั้งเรียมอุมเราะห์ว่า ฮัจย์เล็ก
การประกอบพิธีฮัจย์และอุมเราะห์ มี ๓ วิธี
๑ . อิฟรอด คือ การทำฮัจย์ก่อนการทำอุมเราะฮฺ ฮุจญาดผู้ประกอบพิธีฮัจย์แบบฮัจญ์อิฟรอด จะประกอบพิธีฮัจญ์ก่อนทำอุมเราะฮฺ หลังจากเสร็จพิธีฮัจญ์แล้วเขาจะเดินทางออกจากแผ่นดินฮะรอม แล้วเนียตเอียะฮฺ รอมอุมเราะฮฺ แล้วเดินทางเข้ามักกะฮฺ เพื่อประกอบพิธีอุมระฮฺ โดยต้องทำต้องทำภายในปีเดียวกันกับปีที่ประกอบพิธีฮัจญ์ วิธีอิฟรอด เป็นวิธีประกอบฮัจญ์ที่ดีกว่า การประกอบพิธีฮัจญ์วิธีตะมัตตุอ . และวิธีกิรอน โดยไม่ต้องเสียดัม (ตามมัซฮับซาฟีอี)
๒ . ตะมัตตุอฺ คือ การทำอุมเราะฮฺ ในช่วงเวลาฮัจญ์ เมื่อเสร็จการทำอุมเราะฮฺ แล้วฮุจญาดจะทำพิธีฮัจญ์ในปีเดียวกัน การประกอบพิธีฮัจญ์วิธีตะมัตตุอ . จะดีกว่าการประกอบพิธีฮัจญ์วิธีกิรอน แต่ต้องเสียดัม (ค่าปรับต่อการกระทำผิดพลาด หรืออาจจะบกพร่องกรณีใดกรณีหนึ่งตามรูกนฮัจญ์)
๓ . กิรอน คือ การทำฮัจญ์และอุมเราะฮฺ พร้อมกันในช่วงเวลาฮัจญ์ หรือการเนียตทำอุมเราะฮฺ แล้วนำเอาพิธีฮัจญ์เข้ามาก่อนลงมือทำอุมเราะฮฺ แล้วก็ทำพิธีฮัจญ์จนแล้วเสร็จ ทั้ง ๒ รูปแบบนี้ผู้ปฏิบัติจะได้ทั้งฮัจญ์ และอุมเราะฮฺ ในคราวเดียวกัน เพราะพิธีฮัจญ์ได้ครอบคลุมถึงพิธี อุมเราะฮฺ อยู่แล้ว แต่ต้องเสียดัม
รูกนของฮัจย์ มี ๖ ประการ ดังนี้
๑ . เอียะฮฺรอม คือ การตั้งเจตนา ( เนียต) ทำพิธีฮัจย์ ฮุจญาจหรือผู้ที่จะประกอบพิธีฮัจย์ทุกคนจะต้องเริ่มต้นด้วยรูกนนี้ มิฉะนั้นการกระทำหลังจากนี้ทั้งหมดจะถือว่าไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของพิธีฮัจย์ การตั้งเจตตนาหรือเนียต สามารถกล่าวด้วยข้อความต่อไปนี้ “ ข้าพเจ้าตั้งเจตนาทำฮัจญ์ และครองตนไม่ละเมิดสิ่งต้องห้ามด้วยการทำฮัจย์ เพื่ออัลลอฮฺ ซุบฮานาฮูวาตะอาลา ”
๒ . วุกูฟ คือ การเดินทางไปปรากฏตัว ณ ทุ่งอะรอฟะฮฺ ในช่วงเวลาตั้งแต่ตะวันคล้อยของวันที่ ๙ ของเดือนซุลฮิจญะฮฺ และพักแรมคืน ณ ทุ่งมุซดะลีฟะฮฺ ถึงเริ่มแสงอรุณ (หรือพักแรมอย่างน้อยถึงหลังเที่ยงคืน) ของวันที่ ๑๐ เดือนซุลฮิจญะฮฺ หรือ ที่เรียกว่า วันกุรบาน ซึ่งจะเป็น วันอิดิลฮัฎฮา Idil Adha หรือ วันรายอฮัจญี ของที่อื่นๆที่ไม่ใช่ทุ่งอะรอฟะฮฺ (ทุกชุมชนมุสลิมที่นอกเหนือจากกลุ่มฮุจญาจที่อยู่ระหว่างประกอบฮัจย์ (วูกูฟ) ณ ทุ่ง อะรอฟะฮฺ จะเป็นวันอิดิลอัฏฮา จะทำการละหมาดอิดิลอัฎฮา และทำการกุรบาน)
๓ . ตอวาฟ คือ การเดินเวียนรอบกะบะฮฺ หรือ บัยตุ้ลเลาะฮฺ (ฮุจญาจปกติจะเดินเท้า ส่วนฮุจญาจที่ชรา หรือพิการ หรือไม่สบายสามารถจ้างลูกหาบช่วยหาบ (ใช้เปลคล้ายเปลคนไข้) หรือ ใช้รถเข็น รอบกะอฺบะฮฺ แทนการเดินเท้า เป็นต้น การตอวาฟรอบกะอฺบะฮฺ จะเวียนซ้าย ( ทวนเข็มนาฬิกา) จำนวน ๗ รอบ เริ่มจากแนวเส้นเริ่มต้น ซึ่งจะทำเป็นเครื่องหมายให้สามารถสังเกตได้ทั้งบนพื้น และที่อาคารมัสยิด เวลาตอวาฟเริ่มตั้งแต่เวลาพ้นเวลาเที่ยงคืนของวันที่ ๑๐ เดือน ซุ้ลฮิจยะฮฺ แนวเส้นทางการตอวาฟดังแผนภูมิต่อไปนี้
เงื่อนไขของการตอวาฟมี 6 ประการ คือ
๕. การโกน หรือ ตัดเส้นผม หลังการซะอีย์ครบ ๗ เที่ยว ที่เนินเขามัรวะห์ แล้วจะต้องทำการโกนผม หรือ ตัดเส้นผม สำหรับฮุจญาจชายจะดีที่สุดคือการโกนศีรษะ สำหรับฮุจญาจสตรีนั้นส่งเสริมให้ตัดเส้นผมดีกว่าการโกนทั้งศีรษะ
๖. การปฎิบัติเรียงลำดับของรูกน (ตัรตีบ) หมายถึง การปฏิบัติรูกนฮัจย์ที่กล่าวมาเรียงลำดับขั้นตอนไม่สับสน และขาดขั้นตอน ซึ่งจะเริ่มจากการเอียะห์รอม แล้ววูกูฟ ตอวาฟ สะอีร์ แล้วตัดหรือโกนผม การทิ้งรูกนฮัจย์รูกนหนึ่งรูกนใดจะทำให้พิธีฮัจย์ใช้ไม่ได้
๒ . การพักแรมที่มุซดาลิฟะฮฺ หลังวูกูฟที่ทุ่งอารอฟะฮฺ
กำหนดให้ฮุจยาดเดินทางออกจากทุ่งอารอฟะฮฺ หลังฮัสรีไปยังที่ทุ่งมุซดาลีฟะห์พักแรมที่ทุ่งมุซดาลีฟะห์จนถึงหลังซุบฮิ หรืออย่างน้อยหลังเที่ยงคืนของวันที่ ๑๐ ซุลฮิจยะฮฺ ซึ่งเป็นวันเชือดสัตว์ทำ กุรบาน ( วันอิดิลอัฏฮา ของชุมชนทั่วไป)
๓ . การพักแรมที่มินา หลังเดินทางออกจากทุ่งมุซดาลีฟะฮฺ ฮุจยาดจะต้องเดินทางกลับที่ทุ่งมินา และพักแรมที่มินา ๓ คืน คือ วันที่ ๑๑ , ๑๒ และ ๑๓ ซุลฮิจยะฮฺ หรือที่เรียกว่า “ วันตัซรีก ”
สิ่งที่ควรปฏิบัติ หรือ สุนัต ที่ส่งเสริมในระหว่างการทำฮัจย์มีดังต่อไปนี้
• อาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาดเพื่อการเอียะฮฺรอม เพื่อเดินทางเช้ามักกะฮฺ และอาบน้ำชำระร่างกายเพื่อเอียะฮฺรอมเพื่อวูกูฟ
• ใส่เครื่องหอมที่ร่างกาย และเสื้อผ้าก่อนการเอียะฮฺรอม (ส่วนการใส่เครื่องหอมหลัง เอียะฮฺรอมแล้วถือว่าเป็นสิ่งต้องห้าม) • กล่าว “ ตัลบียะฮฺ ” ควรกล่าว ตัลบียะฮฺด้วยเสียงค่อนข้างดัง กล่าวต่อเนื่อง หรือกล่าวให้มากที่สุดที่ทำได้ หลังเริ่มเอียะฮฺรอม ก่อนเข้านครมักกะฮฺ เริ่มเดินทางไปทุ่งมีนา จนถึงการขว้างเสาหินที่ ยำรอตุลอะกอบะฮฺ • พักแรมคืนที่ ทุ่งมีนา ในคืนวันที่ 9 ซุลฮิจยะฮฺ
• ในกรณีมีการละทิ้งไม่การทำ วายิบฮัจญ์ ประการใดประการหนึ่ง เช่น
• ละเว้นหรือลืมกรทำเอียะห์รอม ณ สถานที่ที่กำหนด หรือ• กำหนดต้องเสียค่าดัม (ค่าปรับ) ดังนี้คือ
• ละเว้นการพักแรมคืน ณ “ มุซดาลีฟะห์ ” หรือ
• ละเว้นการพักแรมคืนที่ “ มีนา ” หรือ
• ละเว้นการขว้างเสาหิน หรือ
• ละเว้นการตอวาฟอำลา
1. ให้เชือดแพะ หรือ แกะ 1 ตัว แล้วให้แจกจ่ายเนื้อแก่คนยากจน ถ้าไม่สามารถกระทำได้ (ไม่สามารถหา หรือ ซื้อ แพะ หรือ แกะ เชือดเสียดัมได้) กำหนดให้ ถือศิลอด (ปัวซอ) เป็นเวลา 10 วัน โดยถือ ศิลอด 3 วัน ภายหลังเอียะห์รอม นั้นให้ถือเมื่อเดินทางกลับจากการประกอบพิธีฮัจญ์ถึงภูมิลำเนาเดิมแล้ว ( กลับถึงบ้านของฮุจญาดแต่ละคน)
2 .กรณีละเว้นการพักแรมคืน ณ ทุ่งมีนา 1 คืน ต้องเสียค่าปรับเป็นอาหาร 1 มุด ( ลิตร) 2 คืน ต้องเสียค่าปรับเป็นอาหาร 2 มุด (ลิตร) 3 คืน ต้องเสียค่าปรับเต็มอัตรา คือ เชือดแพะ หรือ แกะ 1 ตัว หรือ ถือศิลอด 10 วัน แล้วแต่กรณี
3. กรณีละเว้น การขว้างเสาหิน (ใช้ก้อนหิน 7 ก้อน) ถ้าขาด 1 ก้อนต้องเสียค่าปรับเป็นอาหาร 1 มุด (ลิตร) ถ้าขาด 2 ก้อน ต้องเสียค่าปรับ เป็นอาหาร 2 มุด ถ้าขาด 3 ก้อนหรือมากกว่า ต้องเสียค่าปรับเป็นอาหาร ต้องเสียค่าปรับเต็มอัตราดังได้กล่าวไว้ข้างต้น
ข้อห้ามขณะอยู่ในเอียะห์รอมมี ๗ ประการ
• เกี่ยวกับเครื่องนุ่งห่ม
สำหรับฮุจญาจชาย
• ห้ามปิดศีรษะ ทั้งหมดหรือบางส่วนของศีรษะสำหรับฮุจญาจหญิง
• ห้ามสวมใส่ด้วยเครื่องนุ่งห่มที่เย็บติดกัน หรือทอต่อกัน เช่นกาง เกง เสื้อ เป็นต้น
• ห้ามสวมรองเท้า แบบหุ้มส้นเท้า และปลายนิ้วเท้า
• ห้ามสวมใส่ เครื่องแต่งกาย หรือเครื่องประดับที่เป็นวงกลม หรือ เย็บต่อกันเป็นวง
• ห้ามสวมเครื่องแต่งกายแบบปิดใบหน้าทั้งฮุจญาจชาย และหญิง ห้ามใส่ หรือพรมน้ำหอม หรือ เครื่องสำอางที่ร่างกาย เครื่องนุ่งห่ม หรือที่นอน
• ห้ามปิดฝ่ามือ ด้วยการสวมใส่ถุงมือ
• ไม่ห้ามเสื้อผ้าที่ตัดเย็บ หรือทอติดกัน เช่นเดียวกันกับฮุจญาจชาย
• เครื่องหอม เครื่องประทินผิว
• การใส่ครีมแต่งผม ทาเครา และทาร่างกาย
ครีมหรือน้ำมันประเภทนี้มักผลิตเป็น ๒ ชนิด คือ ชนิดมีกลิ่นหอม และไม่มีกลิ่นหอม สำหรับครีมหรือน้ำมันประเภทมีกลิ่นหอม ห้ามใช้ทั้งเป็นครีมแต่งผม หรือใส่ที่เครา หรือร่างกาย เช่นเดียวกันกับเครื่องหอม และเครื่องประทินผิว
ส่วนประเภทที่ไม่มีกลิ่นหอม สามารถทางตามผิวกายได้ แต่ห้ามทาหรือใส่ผม หรือเครา
• เกี่ยวกับการโกนผม ขนและ การตัดเล็บ

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น