การต่อสู้เป็นการจำเป็นสำหรับชีวิตมนุษย์เราอย่างยิ่ง
เราเกิดมาในสมัยที่โลกเต็มไปด้วยการต่อสู้
เราไม่สามารถจะเว้นการต่อสู้เสยได้เพราะถ้าไม่ต่อสู้เราก็อยู่ไม่ได้
ถ้าเราอยากจะมีชิตเยี่ยงคนทั้งหลาย เหตุการณ์บังคับให้เราตองต่อสู้ ใจอันสำคัญประการแรกที่เราจะต้องใช้เป็นเครื่องต่อสู้คือความอดทน
ความอดทนเป็นกฎเบื้องต้นของการต่อสู้ เราจะต้องสร้างลักษณะทนทานขึ้นในตัวของเราก่อนอย่างอื่น คือทนทานต่อความลำบาก ทนทานต่อความทุกข์ร้อน ทนทานตลอดถึงอารมณ์ที่จะทำให้กำลังต่อสู้ของเราเสีย เช่น ต้องไม่เป็นคนที่โกรธง่าย ท้อถอยง่าย ไม่เสียใจง่าย
ไม่เห็นความลำบากเพียงเล็กน้อยเป็นความลำบากมาก ไม่เห็นเรื่องน้อยเป็นเรื่องใหญ่
ให้พิจารณาตังของเราว่ามีลักษณะทนทานหรือไม่ ถ้าไม่มีความพยายามปลูกให้มีขึ้นเพราะความทนทานเป็นบทเรียนบทแรกของการต่อสู้
วิธีฝึกให้มีความทนทานเป็นวิธีที่ง่ายและดีที่สุด
-งดการพร่ำบ่น
-งดการปรับทุกข์ การพร่ำบ่นถึงความยากลำบากและความหนักอกหนักใจเป็นการทำลายกำลังต่อสู้ในตัวของเราเองความยากลำบากอาจมีอยู่ในตัวของเราจริง
แต่ถ้าเราเก็บเอาความรู้สึกอันนี้ไว้ไม่พูดออกมา นับเป็นทางแก้อันประเสริฐ
เป็นทางที่จะสร้างความทนทานขึ้นในตัว
ขอให้เราสังเกตดูคนบางคนที่ต้องเผชิญ ชีวิตอันลำบาก ต้องทำมาหาเลี้ยงด้วยความเหน็ดเหนื่อย
ผลได้ไม่พอเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง แต่ถ้าเราไม่บ่น เราจะรู้สึกสรรเสริญและในที่สุดความไม่บ่นนั้นเองจะช่วยตัวเขาเองได้
ผู้ที่ไม่บ่นย่อมจะสร้างกำลังใจสูงขึ้นในตัวเองและจะสู้กับความลำบากทั้งหลายได้ ฉะนั้นการต่อสู้อันแรกคือการไม่บ่น จึงเป็นวิธีที่เหมาะสมและง่ายสำหรับโลกที่เจริญแล้ว
เป็นประการหนึ่ง การปรับทุกข์เป็นลักษณะของคนอ่อนแอ
เรายิ่งปรับทุกข์กับใครกำลังต่อสู้ของเรายิ่งจางหายไปและคนที่ได้ฟังการปรับทุกข์ของเรานั้นเขาจะเห็นเราเป็นคนอ่อนแอไม่อยากให้ความร่วมมือ
เพราะไม่มีใครอยากช่วยเหลือหรือให้ความร่วมมือกับคนที่อ่อนแอ
ทุกคนอยากเกี่ยวข้องกับมนุษย์ที่เข้มแข็ง ไม่มีใครอยากคบหาสมาคมกับคนเคาะร้าย
เพราะจะพาเขาเคาะร้ายไปด้วยเขาอยากคบคนเคาะดีตามความสังเกตส่วนมาก
คนเราชอบพูดถึงความยากลำบากของตัวเองให้คนอื่นฟังหาได้คิดไม่ว่าการกระทำเช่นนี้ไม่มีทางดีอะไร
เพราะถ้าเรื่องที่เราไปให้คนอื่นฟังนั้นเป็นความยากลำบากจริง
ผู้ฟังนั้นก็จะเห็นความอ่อนแอของเรา ถ้าเรื่องที่เล่าไม่ใช่เป็น ความยากลำบากจริง
ผู้ฟังก็จะเห็นความอ่อนแอของเรามากขึ้น อย่างภาษิตที่ว่า "กัดฟันทน" เป็นภาษิตที่เราสรรเสริญมาช้านาน
ความมายของภาษิตนี้คือ ยอมทนต่อความยากลำบากโดยไม่พูดนั่นเอง รวมความว่า
การต่อสู้ขั้นแรกที่สุดคือ งดการบ่นและงดการปรับทุกข์
ความจริงเมื่อพิจารณาดูแล้วเป็นวิธีที่ง่ายไม่ยากสำหรับนักต่อสู้จะพึงกระทำ
สิ่งที่คนเราต้องต่อสู้มีมากมายจะพูดแต่ส่วนใหญ่ๆที่เราจะต้องต่อสู้มี 2 วิธี
-มนุษย์ด้วยกัน
-เหตุการณ์ การต่อสู้กับมนุษย์ด้วยกัน
เป็นความจำเป็นที่คนเราหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะมนุษย์เรายังเต็มไปด้วยกิเลสตัณหา
การเบียดเบียนกันจึงเป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์ การต่อสู้จึงเป็นความจำเป็น แต่การจะต่อสู้อย่างไรนั้นแล้วแต่กรณี
ในฐานะที่เราเป็นมุสลิมเมื่อเราถูกรุกรานก็ควรจะใช้หลักการซอบัร(อดทน)เป็นเครื่องต่อสู้
ก่อนที่เราจะพิจารณาแต่เพียงผิวเผินแล้วรู้สึกว่าเครื่องทำลายของมนุษย์มีมากเหลือเกิน
แต่เมื่อสาวเข้าไปถึงต้นตอจริงๆ แล้วก็ไม่มีอะไรมากคือการทำลายด้วยวางา
ซึ่งมีจิตใจเป็นสมมติฐาน หลักการอิสลามสอนวิธีการเอาชนะไว้ย่อๆ
ว่าพึงชนะความชั่วด้วยความดี
เพียงท่านั้นท่านอาจจะนึกค้านในใจว่าไม่จริงหรือสู้ไม่ได้
แต่ความจริงสู้ได้อย่างแน่นอน ที่สู้ไม่ได้เพราะเราปฏิบัติผิด
พึงจะเห็นได้เช่นคนบางคนหรือทั่วๆไปเวลาถูกด่าเมื่อเราทราบอยู่แล้วแต่ตัวเราไม่ผิด
แทนที่เราจะอดทนไม่แสดงความโกรธในฐานะที่เราผิด แต่เราโกรธกลับไปตอบซึ่งเท่ากับ "เอาน้ำโสโครกไปล้างสิ่งโสโครก" เรื่องมันก็ไปกันใหญ่
ผลสุดท้ายก็ย่อยยับไปทั้งคู่แทนที่จะเป็นผู้ชนะก็ต้องกลับเป็นผู้แพ้
ไม่ใช่เอาดีชนะชั่วแต่กลับเป็นเอาชั่วชนะชั่ว ซึ่งผิดจากหลักอิสลาม
เราคงจะเคยเห็นคนบางคน เวลาใครมาด่าเขาหนหนึ่งหนักเข้าผู้มาด่าแพ้ไปเอง
บางคนถึงกับสารภาพผิดและขอโทษในภายหลังในกรณีอื่นๆ ก็เช่นเดียวกัน
รวมความว่าการต่อสู้คนด้วยกันต้องอาศัยความอดทน เมื่อเราปฏิบัติได้เช่นนี้เชื่อว่าเราต่อสู้แล้ว
ต่อสู้ด้วยความอดทนผลที่ได้รับก็คือทำให้เราอยู่ได้และอยู่อย่างสบาย
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น